การฝึกหัด ของ จอห์น ซิงเกอร์ ซาร์เจนท์

เฟรเดอริค ลอว์ โอล์มสเตด”, ค.ศ. 1895, สีน้ำมันบนผ้าใบ, 91 x 61 1/4 นิ้ว, คฤหาสน์บัลติมอร์, แอชวิลล์, เซาท์แคโรไลนา

ความพยายามเพื่อที่จะศึกษาที่สถาบันฟลอเรนซ์ต้องประสบกับความผิดหวังเพราะสถาบันกำลังอยู่ในช่วงที่กำลังจัดระบบใหม่ ระหว่างปี ค.ศ. 1874 ถึงปี ค.ศ. 1878 ซาร์เจนท์ศึกษากับคาโรลุส-ดูแรงผู้มีอิทธิพลสำคัญ ห้องเขียนภาพของคาโรลุส-ดูแรงเป็นห้องเขียนภาพที่ก้าวหน้าแทนที่จะเขียนภาพตามวิธีที่ทำกันมาก่อน โดยการวาดภาพร่างอย่างระมัดระวังและรองสีก่อนที่จะเขียนจริง มาเป็นการเขียนโดยการระบายสีโดยตรง (alla prima) บนผ้าใบเช่นวิธีการเขียนของเดียโก เบลัซเกซ ซึ่งเป็นวิธีที่ขึ้นอยู่กับการวางโทนสีอย่างเหมาะสมบนผืนผ้าใบ[14] แนวการสองวิธีนี้ทำให้การให้สีในภาพเป็นอิสระมากขึ้นกว่าการกำหนดสีตามภาพที่ร่างไว้แล้ว[15] และเป็นวิธีที่แตกต่างจากวิธีของห้องเขียนภาพของฌอง เลออง เจอโรมที่จิตรกรชาวอเมริกันทอมัส เอียคินส์ และ ฌูเลียน อับเดนศึกษาอยู่ คาโรลุส-ดูแรงเป็นจิตรกรภาพเหมือนผู้มีชื่อเสียงขึ้นมาอย่างรวดเร็วที่มีความเชี่ยวชาญในวิธีเขียนที่เด่น (bold) อิทธิพลของคาโรลุส-ดูแรงเป็นจุดที่เปลี่ยนวิถีชีวิตของซาร์เจนท์อย่างสิ้นเชิง[16] ในปี ค.ศ. 1879 ซาร์เจนท์เขียนภาพเหมือนของคาโรลุส-ดูแรงซึ่งเป็นงานที่เป็นที่ยอมรับและเป็นวิธีเขียนภาพที่ซาร์เจนท์ใช้เขียนต่อมาในงานต่างๆ เมื่อแสดงงานที่ปารีสเป็นการแสดงเพื่อสดุดีครูและเป็นการโฆษณาหางานเขียนภาพเหมือนไปด้วย[17]

ในปี ค.ศ. 1874 ซาร์เจนท์ก็สอบผ่านในการพยายามพยายามครั้งแรกในการเข้าทำการศึกษาที่สถาบันวิจิตรศิลป์ ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาศิลปะชั้นนำของฝรั่งเศส ที่ซาร์เจนท์เข้าศึกษาการวาดภาพลายเส้น ที่รวมทั้งกายวิภาคศาสตร์และการวาดแบบที่ใช้ทัศนมิติ ซาร์เจนท์ได้รับรางวัลเหรียญเงิน[18][16] นอกจากนั้นการศึกษากับสถาบันแล้วซาร์เจนท์ก็ยังทำการศึกษาด้วยตนเอง โดยการไปวาดภาพในพิพิธภัณฑ์ และฝึกเขียนภาพในห้องเขียนภาพที่ใช้ร่วมกับเจมส์ คาร์โรลล์ เบ็คสมิธผู้กลายมาเป็นเพื่อนที่ช่วยสร้างผลประโยชน์ให้ เบ็คสมิธมีบทบาทในช่วยให้ซาร์เจนท์มีโอกาสติดต่อกับสังคมชาวอเมริกันที่พำนักอยู่ในต่างประเทศ[19] นอกจากนั้นแล้วซาร์เจนท์ก็ยังศึกษากับเลอง บงนาต์[18]

ซาร์เจนท์เป็นนักเรียนที่มีความสามารถ เวียร์พบซาร์เจนท์ ในปี ค.ศ. 1874 และตั้งข้อสังเกตว่าซาร์เจนท์เป็น “นักศึกษาผู้มีพรสวรรค์มากที่สุดเท่าที่คบและพบปะมา งานเขียนของซาร์เจนท์เหมือนกับงานชั้นครู และการใช้สีก็เช่นเดียวกัน”[19] การใช้ภาษาฝรั่งเศสได้อย่างคล่องแคล่วประกอบกับความสามารถทำให้ซาร์เจนท์ทั้งเป็นที่นิยมและชื่นชม การเป็นมิตรกับพอล เซซาร์ เฮลลูทำให้ซาร์เจนท์ได้มีโอกาสทำความรู้จักกับศิลปินคนสำคัญๆ ในสังคมศิลปินที่รวมทั้งเอ็ดการ์ เดอกาส์, ออกุสต์ โรแดง, โคลด โมเนท์ และ เจมส์ แม็คนีลล์ วิสต์เลอร์

สิ่งที่ซาร์เจนท์สนใจเขียนมากในระยะแรกคือการเขียนภาพภูมิทัศน์ไม่ใช่ภาพเหมือน ที่จะเห็นได้จากจำนวนภาพร่างมากมายที่เป็นภาพภูเขา, ทะเลทัศน์ และตึกรามบ้านช่อง[20] แต่ในที่สุดอิทธิพลของคาโรลุส-ดูแรงในการเขียนภาพเหมือนก็มีต่อซาร์เจนท์ การรับงานจ้างเขียนจิตรกรรมประวัติศาสตร์ขณะนั้นก็ยังถือกันว่าเป็นงานศิลปะที่มีคุณค่าสูงกว่างานศิลปะประเภทอื่นใด แต่ก็เป็นงานจ้างประเภทที่หายากขึ้นทุกขณะ ความก้าวหน้าทางการอาชีพจึงมักจะมาจากการรับงานเขียนภาพเหมือนซี่งเป็นการช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงศิลปินไปในตัว และการได้รับเข้าแสดงภาพที่นิทรรศการศิลปะแห่งปารีส

งานเขียนภาพเหมือนชิ้นสำคัญชิ้นแรกที่ซาร์เจนท์เขียนคือภาพเหมือนของแฟนนี วัตตส์ที่เขียนในปี ค.ศ. 1877 ซึ่งเป็นงานเขียนสำหรับงานแสดงนิทรรศการเป็นครั้งแรกด้วย ภาพเหมือนภาพนี้เป็นภาพที่เขียนด้วยความมีฝีมือที่สร้างความสนใจและความพึงพอใจให้แก่ผู้เข้าชมไปด้วยในขณะเดียวกัน[20] ภาพที่สองที่ได้รับเข้าแสดงในงานแสดงนิทรรศการคือภาพ “คนเก็บหอยที่คองซาล” (Oyster Gatherers of Cançale) ซึ่งเป็นภาพเขียนแบบอิมเพรสชันนิสม์ที่ซาร์เจนท์เขียนสองภาพ[21]

แหล่งที่มา

WikiPedia: จอห์น ซิงเกอร์ ซาร์เจนท์ http://www.abbeville.com/bookpage.asp?isbn=0789203... http://www.eeweems.com/sargent/ http://www.tfaoi.com/aa/1aa/1aa418.htm http://contentdm.byu.edu/cdm4/item_viewer.php?CISO... http://www.artmuseums.harvard.edu/sargent/ http://www.aaa.si.edu/collectionsonline/sargjohn/ http://data.bls.gov/cgi-bin/cpicalc.pl http://www.sargentmurals.bpl.org http://www.sargentmurals.bpl.org/ http://collections.currier.org/Obj13$170